Ray Charles นักดนตรีผิวสีที่ตาบอด ผู้ต่อสู้กับคำดูถูก เหยียดหยาม จนสร้างประวัติศาสตร์น่าจดจำให้กับโลก

 

นักผจญเพลง Replay สัปดาห์นี้ ชวนไปรู้จักกับเรื่องราวชีวิตของ ‘Ray Charles’ ศิลปินผิวสีที่สูญเสียการมองเห็นตั้งแต่เด็ก และยังเติบโตมาในยุคที่การเหยียดสีผิวในอเมริกากำลังรุนแรง ถึงขั้นที่ติดป้ายประกาศตามหน้าร้านอาหารว่า ‘No black No Dogs!’ เลยทีเดียว แน่นอนว่าการจะประสบความสำเร็จท่ามกลางสภาวะแบบนี้ มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก แต่ศิลปินชายคนนี้กลับพลิกสถานการณ์และสร้างประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกต้องจดจำ…
แม้ว่าชีวิตของ ‘Ray Charles’ จะตาบอดสนิททั้ง 2 ข้าง แต่เขากลับไม่ท้อต่อโชคชะตา และด้วยใจที่รักในการเล่นดนตรี เขาได้พยายามก้าวข้ามข้อจำกัดด้านการมองเห็น และพัฒนาฝีมือโดยการเรียนรู้อักษรเบรลล์สำหรับตัวโน้ต จนกลายเป็นนักดนตรีที่มีทักษะหาตัวจับยาก
Ray Charles ใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางสายดนตรี แม้ว่าจะโดนดูถูกด้วยถ้อยคำอย่าง “คนดำที่ตาบอดจะไปทำอะไรได้” แต่สิ่งที่เขาโต้กลับนั้น คือการใช้ ‘อาวุธทางดนตรี’ ต่อสู้ฟาดฟันกับปัญหาเรื่องสีผิวที่ฝังรากลึกในสังคม
อิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Ray Charles คือการให้กำเนิดแนวเพลง ‘Soul’ ซึ่งเกิดจากความกล้าฉีกกฎเกณฑ์ทางวัฒนธรรมในสมัยนั้น อย่างเช่น การเอาทำนองแบบเพลงโบสถ์ (Gospel) ที่ถือเป็นของสูงและศักดิ์สิทธิ์ของคนผิวดำ มาผสมกับทำนองที่มีความสนุกสนาน ฉีกภาพการร้องแต่เพลงสรรเสริญเปลี่ยนมาเป็นเพลงที่มีความสนุกมากยิ่งขึ้น ซึ่งแม้ในช่วงแรกจะถูกวิจารณ์ ถึงขั้นเคยถูกคนผิวสีด้วยกันเองชี้หน้าด่าทอว่า ‘กำลังจะทำให้พระเจ้าผิดหวัง’ แต่ในท่วงทำนองที่จริงใจและทรงพลังของเขากลับเข้าถึงหัวใจคนทุกสีผิว จนลบเส้นแบ่งระหว่าง ‘เพลงคนขาว’ และ ‘เพลงคนดำ’ ในวิทยุสมัยนั้นได้สำเร็จ
.
และเหตุการณ์สำคัญที่โลกไม่ลืม เกี่ยวกับสิ่งที่ Ray Charles ยืนหยัดต่อสู้เพื่อคนผิวสี นั่นคือการที่เขาปฏิเสธที่จะขึ้นแสดงใน Georgia เนื่องจากรู้ว่าสถานที่จัดงานมีการแบ่งแยกที่นั่งระหว่างคนขาวและคนดำ การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้เขาถูกฟ้องร้องและถูกแบนเป็นเวลานาน แต่นั่นคือการประกาศว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์สำคัญกว่าเงินทอง และในที่สุดรัฐ Georgia ก็ต้องยอมสยบต่อความถูกต้อง และประกาศให้เพลง ‘Georgia on My Mind’ ของเขา เป็นเพลงประจำรัฐอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา
Ray Charles ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ‘ดนตรีไม่มีพรมแดน’ และแม้จะมีอุปสรรคด้านการมองเห็น หรือแม้แต่การเติบโตในสังคมที่มีการเหยียดผิวรุนแรง ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อความเป็นอัจฉริยภาพของเขา และที่สำคัญ เขายังเป็นผู้ที่ช่วยประสานรอยร้าวทางวัฒนธรรมในอเมริกาอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนอีกด้วย
Ray Charles คือตัวอย่างของคำว่า ‘นักสู้’ ผู้ใช้เสียงเพลงต่อสู้ท่ามกลางพายุแห่งความเกลียดชังในเรื่องสีผิว และชื่อของเขาไม่ได้ถูกจดจำแค่ในฐานะ ‘คนตาบอดที่ร้องเพลงได้’ เท่านั้น แต่จะถูกจดจำในฐานะของผู้ที่ทำให้โลกยอมรับว่า จิตวิญญาณของมนุษย์นั้นสูงส่งเกินกว่าที่สีผิวจะมากำหนดได้
ติดตามเรื่องราวที่จะทำให้รู้จัก ‘Ray Charles’ มากขึ้น ผ่านการบอกเล่าของวงดนตรีซุปเปอร์แบนด์รุ่นใหญ่ของเมืองไทย ที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนจากวงต่างๆ ที่ต้องการเล่น Tribute ‘Ray Charles’ ภายใต้ชื่อว่า ‘สยามอำพัน’
ชื่อวงอาจไม่คุ้นหู แต่หากได้เห็นว่าสมาชิกมีใครบ้าง เชื่อว่าทุกคนจะต้องร้อง “อ๋อ” อย่างแน่นอน รอดูได้ในรายการนักผจญเพลง Replay วันเสาร์ที่ 7 ก.พ. นี้ เวลา 3 ทุ่มครึ่ง ทาง Thai PBS

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *